ผู้เขียน หัวข้อ: ติดตั้งเซิพเวอร์ Minecraft ลง Ubuntu ฉบับ เน้นรายละเอียด //สำหรับคนที่ไม่อยากใช้ MC MyAdmin  (อ่าน 826 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Bettyz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
  • Kirize14
    • ดูรายละเอียด
    • iKirize.net
อย่างแรกก็ทำการเช่าเซิพเวอร์ Ubuntu มาเลยครับ
ของผมก็สเปคต่ำสุด เพื่อมาสอนใช้งานนะครับ

======================

Spec เครื่องที่ใช้ในกระทู้นี้
Ram 1GB
HDD 50 GB <-- HDD จะถูกกว่า SSD นิดนึงนะ ;)
CPU 2 Cores <-- ขั้นต่ำมันได้แค่นี้นะ แต่ที่อื่นอาจมีให้เช่า 1 Core ไม่แนะนำให้นำมาเปิดเซิพนะ 1 Core
ราคา 441 บาท

======================
 พอเช่ามาแล้ว ก็จะมีอีเมลส่งมาครับ รายระเอียดคือ
ไอพี
ชื่อผู้ใช้
และรหัสผ่านในการเข้าครับ

 

สำหรับท่านที่ใช้ Windows ให้ท่านโหลด โปรแกรม Putty เพื่อ SSH นะครับ

Ubuntu ไม่สามารถ Remote Desktop ได้นะครับผม

ในตัวอย่างนี้ ผมก็จะใช้ Terminal บน macOS เพื่อเชื่อมต่อ  ssh นะครับ

เปิด terminal ขึ้นมา หน้าตาจะเป็นแบบนี้

Terminal ทั่วไปจะเป็นสีขาวครับ แต่ของผมชอบสีดำ เลยเปลี่ยนให้มันเป็นสีดำ


ให้เราเขียนว่า ssh root@vps668.vpshispeed.net

root ในที่นี่คือ ชื่อผู้ใช้นะครับ
เหมือนกับ Administrator ของวินโดว์นั่นแหละ > w<

ถ้าเป็น Putty จะขึ้น Alert ให้กด Yes ไปนะครับ

ของ Terminal จะเป็นงี้เลย



ก็พิมพ์ yes ตอบกลับไปครับ

จากนั้น จะให้เราใส่ Password ครับ

ซึ่งเวลาเขียน จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้พิมพ์จนเสร็จแล้วกด Enter ครับ



บน Putty ก็ก๊อป Password แล้วคลิกว่าบน หน้า Putty ครับ จะเป็นการ Paste ลง putty ครับ
ส่วน terminal ก็กด command + v ได้เลย

กดเข้าไปแล้วก็จะเป็นหน้านี้ครับ ถ้าไม่ใช่หน้านี้แปลว่าทำอะไรผิดพลาดแล้วนะ



ให้เราเปลี่ยน Password ของ Root ครับ
โดยการเขียนว่า passwd root

root ก็คือชื่อผู้ใช้นั่นเอง
passwd คือคำสั่งที่จะเปลี่ยน Password



ให้เราพิมพ์รหัสไปครั้งนึง กด Enter
แล้วพิมพ์ไปอีกครั้งนึงครับ กด Enter อีกที

แล้วก็จะกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้งนึง > w<

ลองเข้าออกใหม่แล้วใช้รหัสผ่านใหม่ดูนะ

จากนั้น ให้เราเขียน apt-get update ครับ
เพื่อ update source ของ ubuntu ว่ามีอะไรใหม่ๆมาไหม

คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ควรใช้ในประจำวันเลยนะ เพื่อ update ข้อมูลต่างๆ

ทำครั้งแรกอาจใช้เวลาหน่อย ครับเพราะ ระบบของ Hispeed ไม่ได้อัพเดตนาน 555555



apt-get update ไม่ใช่การอัพเดตเครื่องนะครับ การอัพเดพเครื่องอยู่อันต่อไป

ต่อไปคือ  apt-get upgrade ครับ เป็นการ อัพเดตเครื่องนั่นเอง



ที่มันเยอะเพราะระบบ Hispeed ดึง image ของ ubuntu ที่เคยเก็บไว้ (เมื่อปีไหนไม่รู้) มาทำระบบครับ เลยต้องอัพเดตเยอะหน่อย

รอไปเลยครับ นานอยู่พอควร 


เวลาไปนั่งข้างนอกบ้าน ลองใช้ apt-get update กับ apt-get upgrade สิครับ คนมองบานเลย 555555 เผลอโดนตำรวจจับนะครับ 55555  ;D ;D

มีอะไรหรือไม่มีอะไร ก็พิจารณาดูครับ ของผมคือ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าคืออะไร แต่ถ้าไม่มีก็ Yes ไปก่อน



ของผมมี Image ที่ไม่สามารถ Install ได้ ผมเลยใส่ apt-get dist-upgrade
ไปครับ

================
upgrade กับ dist-upgrade ต่างกันยังไง เรามีคำตอบ

upgrade ธรรมดา คือการอัพเดตต่อจากของเก่า ประมาน ว่า ของเก่า มีที่เวอร์ชั่น 1.0 แล้วเวลาอัพเดต มันจะใช้ 1.1 แต่เราไม่มี มันเลย Error อย่างที่เห็น มันจะอัพต่อจากของเก่าเลย

dist-upgrade คือ การโหลดทุกเวอร์ชั่น ตั้งแต่ที่เรามี ไปจนถึงเวอร์ชั่นล่าสุดครับ จะใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับ src ที่เรามีเหลือครับ

ปล. ประมานนี้ ผมมั่ว 55555

อ้างอิงจาก http://askubuntu.com/questions/81585/what-is-dist-upgrade-and-why-does-it-upgrade-more-than-upgrade

================

เสร็จแว้ว ไม่มีปัญหา \o.o/



================

ต่อมาจะเป็นการลงเซิพเวอร์ Minecraft นะครับ

อย่างแรกเลย ที่ต้องมีคือ Java

ถูกแล้วครับ Java  ทำยังไงหละ

apt-get คือคำตอบครับ  แต่ apt-get java ไม่ใช่นะ อันนี้ตบดิ้น

ทุก src จะมีแหล่งครับ หาได้ในเน็ต
เช่น apache ก็ apache2 <-- ซึ่งเลข 2 มีไว้ทำไมผมไม่แน่ใจ

Java ก็ openjdk-7-jre-headless ครับ

นี่ คำสั่ง  พิมพ์ไปเลย apt-get install git openjdk-7-jre-headless

สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu ที่มีเวอร์ชั่นสูงกว่า 14.10 ขึ้นไป ให้ใช้ openjdk-8-jre-headless ครับ เปลียนจาก 7 เป็น 8

โหลดอีกแล้วววววว



apt-get เป็นโปรแกรมอย่างนึงครับ

install ก็คือ ติดตั้ง (จาก apt-get / apt-get มีหลายคำสั่งมาก เช่น update install upgrade dist-upgrade fully-upgrade ไปหาอ่านได้นะ ไม่เขียน)

git คือ ยาวไปไม่เขียน แต่มีอิทธิพลต่อการเขียนโค้ดมาก ควรอ่าน

ลงเสร็จ ให้ใช้คำสั่งว่า java -version เพื่อเช็คว่า java ได้ติดตั้งลงแล้ว
ผลลัพท์ที่ได้ อาจต่างกันเล็กน้อยครับ



ต่อมา ให้เราโหลด Build Tools ของ Spigot มาครับ

ใครไม่รู้จัก Buildtools แต่อยากเปิดเซิพเวอร์มายคราฟนี่เชยมากเลยนะครับ
Buildtools คือ โปรแกรม สร้างโดยกลุ่ม Spigot เอาไว้โหลดตัวเซิพเวอร์ครับ
นี่คือเหตุผลที่ทำไม Spigot ถึงไม่ทำตัว Download หน้าเว็บ
หนึ่งในนั้นคือ ต้องการให้ผู้สร้างเซิพ เป็นผู้พัฒนา ไม่ใช่โหลดมั่วๆ ทำมั่วๆ
อ่านเยอะๆแล้วจะได้ความรู้ครับ

====================

ปะ เข้าเรื่องต่อ
อย่างแรกผมจะสร้าง folder ชื่อ buildtool มานะครับ

ใช้คำสั่งนี้ mkdir buildtool

mk<-- ย่อมาจาก make แปลว่า สร้าง ครับ
dir <-- ย่อมาจาก directory แปลว่า พื้นที่ สารบัญ ครับ

จากนั้นก็เข้าไปที่โฟลเดอร์ buildtool ครับ

ใช้คำสั่งนี้ cd buildtool (เราสามารถกด Tab เพื่อ Auto Finish ได้นะครับ แต่ชื่อโฟลเดอร์ต้องไม่ซ้ำกับชื่ออื่นด้วย)

cd <-- ย่อมาจาก Change Directory แปลว่า เปลี่ยน พื้นที่ ที่เราอยู่ครับ
buildtool คือชื่อ โฟลเดอร์นั่นเอง

ก็จะเห็นว่ามี  buildtools ตามติดตลอดแล้ว



จากนั้น ให้เราโหลด buildtools มาครับ

ใช้คำสั่งนี้ wget https://hub.spigotmc.org/jenkins/job/BuildTools/lastSuccessfulBuild/artifact/target/BuildTools.jar


ครับ รอไปเลยครับ

เน็ตที่เอาไว้เชื่อมต่อนอกประเทศจะมีราคาสูงมากครับ ไม่จำเป็นไม่แนะนำให้โหลดของที่อยู่ต่างประเทศบ่อยๆ

จากนั้น ให้เราใช้คำสั่ง java -jar BuildTools.jar --rev [เวอร์ชั่นที่ต้องการ]

ของผมที่ต้องการจะลง เวอร์ชั่น 1.9.4 ก็ใช้

java -jar BuildTools.jar --rev 1.9.4

ถ้าอยากได้ตัวล่าสุดก็เขียน java -jar BuildTools.jar --rev lastest



ณ ตอนนี้ จะใช้เวลานานอยู่พอควรครับ ให้ไปหาอะไรกินก่อน

และพยายามอย่าไปยุ่งกับมันครับ เพราะว่า ผมมีแรมแค่ 1GB ถ้าไปขยับมันมาก java อาจ out of memory แล้วต้องทำใหม่ก็ได้

มันก็จะรัวๆของมันเป็นปกตินะครับ นั่นแหละไม่ต้องไปยุ่งกับมัน รอมันเสร็จครับ 55555



อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ขึ้นอยู่กับ สเปคเครื่องเรา และ เน็ตครับ...
นะ



เสร็จแว้ว TwT

ละไงต่อ

เราก็จะได้ ไฟล์ Spigot 1.9.4 & บักกิด<-- ไม่แน่ใจว่าแถมมาให้ทำไม

ผมก็จะย้อนกลับไปโฟลเดอร์นึง แล้วสร้างโฟลเดอร์ใหม่ชื่อว่าเซิพเวอร์นะครับ

cd ..

.. <-- หมายถึงย้อนกลับ 1 โฟลเดอร์

mkdir server

cd server

server คือชื่อโฟลเดอร์ครับ

จากนั้นผมจะ Copy spigot มาใน server นะครับ

ใช้คำสั่ง cp ../buildtool/spigot-1.9.4.jar ../server/

cp คือ copy นั่นเองครับ

อย่าลืมใส่ / นะครับ

ถ้าจะเช็คว่า ไฟล์มาแล้ว ให้พิมพ์ ls ครับ (แอล - เอส)

ก็จะขึ้นตามนี้ครับ



คำเตือน
ตัวอักษรเล็กใหญ่ของ Linux จะต่างกัน เช่น Spigot กับ spigot จะไม่เหมือนกัน จะต่างกับ windows นะครับ

============

จากนั้น ผมจะสร้าง ไฟล์รัน หรือที่ในวินโดว์จะเรียกว่า .bat นะครับ

ผมก็ nano start.sh

nano คือ โปรแกรมคล้าย notepad เอาไว้พิมพ์นะครับ

จากนั้นให้ใส่ตามนี้ java -Xms512M -Xmx1024M -jar spigot-1.9.4.jar

ก็จะได้ประมานนี้ครับ



ให้เรากด CTRL + O เพื่อ Save ไฟล์นะครับ
มันก็จะถามว่า จะเซฟไฟล์ชื่อนี้หรือไม่
กดEnter ไปเลยนะครับ



แล้วกด CTRL+x เพื่อออกมานะครับ

เครื่องหมาย ^ คือ ctrl นะครับ

คำสั่งของ Nano ก็เขียนอยู่ด้านล่างแล้ว
ผมจะไม่พูดอะไรมากละกันครับ

จากนั้น ให้เราใช้คำสั่ง
Chmod ครับ คือการเพื่ม Permission ให้ Linux สามารถ Execute ไฟล์นี้ได้
โดยการ

chmod +x start.sh
x ก็คือ execute ครับ

หรือไม่ก็ chmod 777 start.sh
ถ้าไม่ทำ ก็จะติด  Permission Denied ครับ

ครับ จากนั้นให้รัน

./start.sh ครับ

./ คือการรันคำสั่งครับ



รันครั้งแรกแน่นอนครับ ติด EULA

เพราะงั้นก็ ให้เรา nano ไฟล์ Eula แล้วเปลี่ยนเป็น true ครับ

nano eula.txt



จากนั้นก็รันใหม่ครับ ตอนนี้เซิพก็เปิดเรียบร้อยแล้ว
เข้าเกมแล้วอย่าลืมให้ OP กันนะ



คำถามที่ต้องมีแน่นอน

Q.พี่คับพี่คับ พอปิด Putty แล้วเซิพดับอ่ะคับ
A. อย่างแรกครับ ให้พิมพ์ screen -l ครับ
แล้วจอจะโล่งๆไปครั้งนึง

จากนั้นให้รับเซิพมายคราฟใหม่อีกครั้งครับ
แล้วให้กด CTRL+ A แล้วก็ CTRL + D ครับ

จะขึ้นว่า screen detached


เซิพก็อยู่ต่อได้แล้ว

วิธีกลับเข้า Console ก็ screen -r ครับ

==

Q.พี่ครับ เซิพมันรันอยู่ แต่ไม่มี screen ทำยังไงดีครับ
A.ปิดเซิพโดยการ Kill ครับ

Q. ทำยังไง ^^^
A.เขียน ps -a ครับ เป็นการโชว์ Task ที่ทำงานอยู่ 



แล้ว kill [เลข] ที่มี java ตามหลังครับ ในนี้ก็คือ 18415 ครับ

มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ

//เขียนมา ชม.ครึ่ง ว้าว
守るべきもの
รับทำเว็บไซต์
รับฝากโฮส ราคาโครตถูก โอเคนะ :D